บทนำ
บท 1
โลกคู่ขนานในอีกมิติหนึ่ง มังกรรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยความไม่สบายตัว เขาจำได้ว่าเมื่อตอนกลางวันไปไหว้อัฐิพ่อกับแม่ที่วัดกลับมาก็อาบน้ำนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลียการเดินทางโดยนั่งรถประจำทางกลับมาบ้านเกิดไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย เหนื่อยมากจริง ๆ พอเขาลืมตาตื่นขึ้นมากลับพบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ ที่นี่มันไม่ใช่ห้องนอนของเขาที่บ้านเกิด
หลังคามุงหญ้า ฝาผนังทำจากดินโคลนผสมฟาง ที่นี่ที่ไหน หรือเขาโดนจับตัวมาเรียกค่าไถ่ ถึงจะบอกว่าโดนจับตัวมาเขาก็ไม่มีเงินให้หรอกนะตอนนี้ ก็เหลือตัวคนเดียวแล้วเงินที่ไหนจะมี เรียนก็เพิ่งจบงานก็ยังไม่ได้ทำ จะมีก็แค่เงินประกันของพ่อแม่นิดหน่อยเท่านั้น ไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจหรือเกิดการเข้าใจผิดกันแน่ ถึงได้จับเขามาขังเอาไว้ที่นี่
มังกรนอนคิดเรื่อยเปื่อยจนในที่สุดก็ตัดสินใจว่าตัวเองจะมัวมานอนคิดให้เปลืองสมองทำไม ลุกขึ้นไปดูเลยดีกว่าว่าที่นี่มันคือที่ไหนกันแน่ หวังว่าคนที่จับเขามาจะให้คำตอบเขาได้ เมื่อตัดสินใจได้แล้วมังกรลุกขึ้นจากเตียงแข็ง ๆ ที่นอนจนปวดหลังมาทั้งคืน ยังไม่ทันที่จะก้าวขาลงจากเตียงก็รู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาและก็มีความทรงจำของเด็กคนหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา มังกรที่ปวดหัวล้มลงไปนอนอยู่บนเตียงเอามือกุมหัวไว้แน่น ตอนนี้เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่
เวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที อาการปวดหัวถึงได้หายไป จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีความทรงจำของเด็กคนหนึ่งตั้งแต่เกิดจนอายุ 8 ขวบเข้ามาในความทรงจำของตัวเอง เด็กชายที่ชื่อหยางเสี้ยวเกิดในครอบครัวชาวบ้านยากจน อาศัยอาชีพเพาะปลูกและหาของป่าประทังชีวิต อาศัยอยู่กับพ่อแม่ น้องชาย อายุ 6 ขวบ แต่เมื่อสามวันที่แล้วหยางเสี้ยวเกิดไม่สบายขึ้นมาและไม่มีเงินพอที่จะไปหาหมอในเมือง ทำได้เพียงแค่ตามหมอเท้าเปล่ามาดูเท่านั้น ประจวบกับร่างกายไม่แข็งแรงเพราะขาดสารอาหาร ทำให้เด็กชายสิ้นใจตายไปตั้งแต่เมื่อคืน ส่วนพ่อของเด็กชายตามคนในหมู่บ้านไปล่าสัตว์ในป่าลึกยังไม่กลับมา
“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหน แล้วความทรงจำนี่มันคืออะไร อย่าบอกนะว่าเราเองก็ตายแล้ว แล้วก็กลายเป็นผีเร่ร่อนเข้ามาอาศัยร่างของเจ้าหนูนี่ เหมือนกับนิยายแฟนตาซีที่เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเล่าให้ฟัง”
มังกรสำรวจตัวเองก็พบว่าตอนนี้เขากลายเป็นเด็กไปเสียแล้ว ด้วยมือที่เล็กมาก แขนขาเล็กเรียว เรียกว่าผอมแห้งเลยจะดีกว่า เสื้อผ้ามีแต่รอยปะชุน
“นี่มันอะไรกัน เราตายไปทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าตายไปได้ยังไง ถ้าตายไปแล้วก็แล้วไปเถอะ แต่ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ในร่างของเด็กคนนี้ นี่ไม่เท่ากับว่าอีกหน่อยจะได้ตายรอบสองเหรอเนี่ย ทำไมถึงกลั่นแกล้งกันได้ขนาดนี้ แบบนี้ก็ตายไปเลยจะไม่ดีกว่าหรือยังไง”
มังกรได้แต่นั่งทำใจและทำความเข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้านี้ ไม่รู้วิธีกลับไป และไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตที่ได้มาแบบงง ๆ อย่างไรต่อไป มังกรนั่งทึ่มทื่ออยู่บนเตียง ในตอนที่กำลังตัดสินใจว่าจะลงจากเตียงแล้วออกไปด้านนอกก็มีเด็กชายตัวเล็ก ๆ ที่ผอมแห้งอีกคนเข้ามาดู เหมือนว่าจะเป็นหยางเสียนน้องชายของเจ้าของร่างที่มังกรมาอาศัยอยู่
“พี่ใหญ่ ท่านตื่นแล้ว ยังปวดหัวหรือไม่ ข้าจะไปตามท่านแม่นะขอรับ” ว่าจบเด็กน้อยก็หมุนตัววิ่งออกไปทันที
“เฮ้อ จะรอดไหม ทำยังไงดีล่ะทีนี้ มาได้ยังไง แล้วที่นี่มันที่ไหน ดูจากสภาพคงได้ตายรอบสองเพราะอดตายแน่” มังกรได้แต่ถอนหายใจ เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจก็มีหญิงสาวอายุไม่น่าจะเกิน 30 เข้ามาในห้อง
“เสี้ยวเอ๋อร์ ลูกเป็นยังไงบ้าง ยังรู้สึกปวดหัวอยู่อีกหรือเปล่า” เสิ่นซื่อเฝ้าถามลูกชาย แต่กลับพบว่านอกจากลูกชายของนางจะนั่งจ้องหน้านางแล้วก็ไม่ได้รับคำตอบจากปากของเด็กชายเลยแม้แต่น้อย
มังกรที่เอาแต่นั่งจ้องหน้าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของเจ้าหนูเจ้าของร่าง น้ำตาของเขาก็ไหลออกมา แม่ของเจ้าหนูมีหน้าตาเหมือนแม่ของเขาที่จากไปแล้วยังกับฝาแฝด หรือว่านี่จะเป็นโลกหลังความตายที่ครอบครัวจะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน เสิ่นซื่อที่เห็นลูกชายไม่พูดไม่จา น้ำตาไหลนองหน้าก็ทำอันใดไม่ถูก นางเข้าไปจับหน้าผากลูกชายด้วยความร้อนใจ เมื่อพบว่าไม่มีไข้แล้วถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“เสี้ยวเอ๋อร์ ลูกร้องไห้ทำไม ลูกเจ็บตรงไหนบอกแม่ ลูกอย่าร้อง น้องชายลูกจะร้องตามแล้ว”
“พี่ใหญ่ท่านเป็นอะไร เจ็บตรงไหนขอรับ”
“ข้า ข้า ไม่เป็นไร ข้าเพียงแต่คิดถึงท่านแม่ขอรับ”
“เจ้าลูกคนนี้นี่ ทำเอาแม่ตกอกตกใจไปหมด เอาล่ะเสียนเอ๋อร์อยู่เป็นเพื่อนพี่ใหญ่ของเจ้า แม่จะไปเอาข้าวต้มมาให้พี่ใหญ่ของเจ้ากิน”
“ขอรับท่านแม่ วางใจได้เลยข้าจะอยู่เป็นเพื่อนพี่ใหญ่เอง”
เสิ่นซื่อออกไปไม่นานก็กลับเข้ามาพร้อมกับชามข้าวต้มและมีถ้วยใส่ยาต้มที่กลิ่นไม่ค่อยดีเข้ามา มังกรมองไปที่ชามข้าวต้ม อย่าเรียกว่าข้าวต้มเลยเรียกว่าน้ำต้มข้าวจะดีกว่าเพราะเขามองไม่เห็นแม้กระทั่งเม็ดข้าว ไม่รู้ว่าครอบครัวนี้ยากจนข้นแค้นขนาดไหนกัน ในใจมังกรรู้สึกเศร้า เสียใจ นอกจากเศร้าเสียใจแล้วเขายังมีความหวัง เขาหวังว่าจะพาครอบครัวนี้ผ่านพ้นความยากลำบากไปให้ได้ ถึงยังไงเขาก็ไม่ใช่เด็กจริง ๆ เสียหน่อย เขาอายุ 22 แล้ว ในเมื่อไม่รู้ว่าจะกลับไปได้ยังไง แถมแม่ของเจ้าเด็กเจ้าของร่างยังหน้าตาเหมือนคุณนายเพียงจิตรแม่ของเขาเสียขนาดนี้ ถ้าอย่างงั้นเขาก็จะยอมเป็นลูกที่ดีอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน
“ท่านแม่กับน้องรอง กินข้าวหรือยังขอรับ”
“แม่กับน้องของเจ้ากินแล้ว เจ้ารีบกินเสีย จะได้กินยา”
“แต่ข้าหายแล้วนะขอรับ ยาไม่กินจะได้หรือไม่ กลิ่นเหม็นมากเลย”
“เจ้าลูกคนนี้นี่ อดทนกินแค่มื้อนี้เท่านั้น เพราะแม่ไม่มีเงินพอที่จะไปเจียดยามารักษาเจ้า แม่ขอโทษที่แม่ไม่สามารถหาสิ่งที่ดีให้ลูกได้มากกว่านี้ นับว่าสวรรค์เมตตาลูกหายป่วยแล้ว หากว่าเจ้ายังไม่ดีขึ้นแม่เองก็ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไร พ่อเจ้าตามคนในหมู่บ้านเข้าป่าไปล่าสัตว์ยังไม่กลับมาเลย”
“ท่านพ่อจะกลับมาวันไหนหรือขอรับ” มังกรถามออกมาด้วยความอยากรู้ เพราะเขาเองก็อยากรู้ว่าพ่อของเจ้าของร่างจะหน้าตาเหมือนพ่ออาทิตย์ของตัวเองหรือเปล่า
“แม่เองก็ไม่รู้ นี่ก็ไปกันได้ 3-4 วันแล้ว ปกติไม่น่าจะไปนานขนาดนี้”
“ท่านแม่อย่ากังวลไปเลยขอรับ มีชาวบ้านไปมากขนาดนั้นท่านพ่อจะต้องปลอดภัยกลับมา”
“แม่ก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”
หลังจากกินน้ำข้าวต้มใส ๆ และยาต้มสีดำกลิ่นแรงรสชาติขมปี๋เข้าไป มังกรก็ถูกท่านแม่และน้องชายบังคับให้นอนพักผ่อน เขานอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อย สายตาจับจ้องอยู่ที่แมงมุมที่กำลังชักใยอยู่บนหลังคา ในสมองตอนนี้ว่างเปล่า สรุปใจความสำคัญว่าตอนนี้เขาชื่อหยางเสี้ยว อายุ 8 ขวบ มีน้องชายชื่อหยางเสียน อายุ 6 ขวบ มีบิดาชื่อหยางเทียน อายุ 28 มีมารดาชื่อเสิ่นซื่อ อายุ 27 ตอนนี้พวกเขาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านลี่จวง ตำบลหย่งฝู เมืองจางผิง หมู่บ้านลี่จวงเป็นหมู่บ้านในหุบเขาอู๋หลง ชาวบ้านอาศัยการปลูกพืช และหาของป่าเพื่อยังชีพ
นอกจากครอบครัวของเขาที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ ยังมีครอบครัวของปู่ย่าที่อาศัยอยู่กับลุงใหญ่ ส่วนอาเล็กแต่งงานออกไปอยู่หมู่บ้านหลี่เจียง ในความทรงจำของหยางเสี้ยวดูเหมือนว่าป้าสะใภ้จะร่างกายไม่แข็งแรง ป่วยกระเสาะกระแสะยิ่งกว่าท่านแม่ของเขาเสียอีก หลังจากนอนคิดเรื่อยเปื่อยไปได้สักพัก มังกรในร่างของหยางเสี้ยวก็นอนหลับไปอีกครั้ง
มังกรตื่นมาอีกทีก็เป็นเวลาบ่ายคล้อยแล้ว ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาไหนแล้ว หลังจากลุกอกจากเตียงลงมายืนบนพื้นพร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียด ไม่รู้ว่าตัวเองข้ามมิติมาได้ยังไง และเพราะอะไร ตอนนี้ก็คงต้องทำได้แค่ทำใจยอมรับกับสิ่งที่เป็นอยู่ตรงหน้านี้และผ่านมันไปให้ได้เท่านั้นเอง พระพุทธองค์เมตตาให้เขาได้มายังสถานที่แห่งนี้ก็นับว่าเมตตาแล้ว อย่างน้อย ๆ ในที่แห่งนี้เขายังมีครอบครัว ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวเพียงลำพังดังเช่นในสถานที่ที่จากมา
“ต่อไปนี้เราคือหยางเสี้ยวสินะ เอาล่ะ ในเมื่อมันกลายมาเป็นแบบนี้แล้วก็คงต้องสู้ต่อไป” หลังจากพูดเพื่อให้กำลังใจตัวเองเสร็จแล้วก็ออกไปข้างนอกทันที
“อ๊ะ พี่ใหญ่ท่านตื่นแล้ว หิวหรือไม่ขอรับ รอท่านแม่กลับมาจากหาผักป่าก่อนนะ ตอนนี้ที่บ้านไม่มีอะไรให้กินเลย”
หลังจากได้ฟังน้องชายพูดแล้วเขาได้แต่ถอนหายใจ
“พี่ใหญ่ยังไม่หิวหรอก เสียนเอ๋อร์ ตอนนี้พี่ใหญ่อยากออกไปเดินเล่นสักหน่อย เสียนเอ๋อร์จะพาพี่ไปได้หรือไม่”
“ได้แน่นอนขอรับ”
หยางเสี้ยวคิดว่าไหน ๆ ก็ได้มาอยู่ในที่แห่งนี้แล้ว มีป่า มีภูเขา ก็ย่อมจะมีของให้กิน ไม่แน่ว่าอาจจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง ไม่รู้ว่าท่านแม่ไปหาผักป่าที่ไหน แต่ความทรงจำที่ได้รับมาจากร่างเดิม จะมีลำธารสายหนึ่งอยู่หลังบ้านของพวกเขาไปไม่ไกล น่าจะหาอะไรจากลำธารมาได้บ้าง หยางเสี้ยวเดินไปเอาตะกร้าในห้องเก็บฟืนตามความทรงจำเดิม และเอามีดตัดฟืนติดไปด้วย หลังจากได้ของที่ต้องการครบแล้ว เขาจูงมือน้องชายออกจากบ้านไปทันที
“พี่ใหญ่เราจะไปไหนกันดีขอรับ”
“พี่คิดว่าจะไปแถว ๆ ลำธารหลังบ้านน่ะ พี่กลัวว่าถ้าหากเราไปไกลจากบ้านมากหากท่านแม่กลับมาแล้วหาพวกเราไม่เจอท่านแม่จะเป็นห่วงเอาได้”
“ขอรับ”
บทล่าสุด
#163 บทที่ 163 ตอนพิเศษ 3 มาขอโทษถึงที่ เข้าวังหลวง
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#162 บทที่ 162 ตอนพิเศษ 2 รังแกผิดคน
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#161 บทที่ 161 ตอนพิเศษ 1 พาน้องๆไปเมืองหลวง
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#160 บทที่ 160 บทส่งท้าย
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#159 บทที่ 159 ต่างคนต่างมีทางเลือกของตัวเอง
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#158 บทที่ 158 น้ำตาลมะพร้าว
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#157 บทที่ 157 ตำหนักหมอกทมิฬ
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#156 บทที่ 156 อ๋องทมิฬ กับที่ดินศักดินา
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#155 บทที่ 155 ยึดตงไห่
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025#154 บทที่ 154 คำขอของฮ่องเต้แคว้นฉู่
อัปเดตล่าสุด: 12/4/2025
คุณอาจชอบ 😍
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
พยศรักร้ายนายมาดนิ่ง
“ฉันไม่ได้แอบ”
“แต่เธอได้ยิน”
“ช่วยไม่ได้นายกับแฟนนายอยากจะคุยเรื่องลับๆ ของพวกนายตรงนี้เอง และฉันขอบอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้แอบฟัง”
“ใครสน” โรมไม่พูดเปล่าแต่มือหนากับหยิบแว่นตาทรงกลมออกจากใบหน้าของคนตัวเล็ก กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ลอยมาแตะจมูกของคนตัวโต ยัยพิษสุนัขบ้านั้นตัวหอมชะมัด สายตาคมคู่ดุจ้องมองใบหน้าสวยใสไร้กรอบแว่นตาอย่างใกล้ชิดพิจารณา ราวกับถูกใบหน้าสวยหวานตรงหน้านั้นต้องมนต์สะกดเข้าอย่างจัง
“แว่นฉันนั้นนายจะเอาไปไหน เอาคืนมานะ”
“รับปากกับฉันว่าเธอจะไม่เอาเรื่องที่ได้ยินไปพูดที่ไหน ห้ามเอาเรื่องของฉันไปเผยแพร่เด็ดขาด” โรมเอ่ยกับคนตรงหน้าเสียงเข้ม
“ทำไมรับไม่ได้ อายเหรอ” นานิลเอ่ยอย่างเชิดหน้า นี้เหรอโรม บริหารปี 3 ที่สาวๆ คลั่งไคล้นักหนา แต่น่าเสียดายหน้าตาก็ดี แต่ไม่คิดจะหน้าตัวเมีย
“ไม่ใช่...เรื่องของเธอ แค่ทำตามที่ฉันสั่ง”
“เป็นใครมาสั่งฉัน” เธอสวนกลับเขาทันที แต่นั้นกับถูกฝ่ามือหนาบิดเข้าที่เอวเล็ก นานิลถึงกับรู้สึกได้
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
So bad พี่ชายข้างบ้าน
ปากก็บอกน้องสาว แต่การกระทำของเฮียทำให้ดาวคิดไปไกล
แต่แล้ววันหนึ่งความสัมพันธ์ของเราก็เปลี่ยนไป
“ไม่ใช่ว่าดาวแย่ แต่ดาวเป็นเหมือนน้องสาวเฮียนะ เฮียคิดกับดาวแค่น้องเท่านั้น เมื่อคืนเฮียเมาดาวก็เห็น ทำไมดาวยัง…”
“นี่เฮียกำลังโทษดาวงั้นเหรอ” เขากำลังบอกเพราะฉันเข้าไปเสือกใช่ไหม
“ก็ถ้าดาวไม่เข้ามายุ่ง ผู้หญิงที่เฮียนอนด้วยต้องไม่มีวันเป็นดาว”
“ใช่ ดาวผิดเองแหละ ถ้าดาวไม่เสือก ดาวก็คงไม่ต้องเจ็บแบบนี้ เฮีย…ดาวถามจริง ๆ นะ เฮียโง่หรือแกล้งโง่ถึงมองไม่ออกว่าดาวระ…”
“อย่าพูดมันออกมา เฮียไม่อยากฟัง เฮียเห็นดาวเป็นน้องมาตลอด เฮียไม่เคยคิดเกินเลยกับดาว”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
นายหัวคลั่งรัก
คำโปรย
เมื่อเธอหนีร้อนมาพึ่งเย็น ถ้าเขาไม่ช่วยแล้วใครจะช่วย
"มองหน้า...มีปัญหาหรือว่ามีใจ"
"นายหัวพูดว่าอะไรนะคะ หนูฟังไม่ค่อยถนัด"
"ไม่ได้ยินก็แล้วไป"
แนะนำตัวละคร
ภูผา (เฮียผา) อายุ 38 ปี พี่ชายคนโตของบ้าน สถานะยังโสดสนิท มีอิทธิพลในพื้นที่ นิสัยไม่เชื่อใจใครง่ายๆ ใครๆก็เรียกเขาว่านายหัว
เพียงนารา (นารา) อายุ 20 ปี ชีวิตมีปัญหาจนต้องถึงขั้นหนี บังเอิญมาเจอนายหัวภูผา แต่เขากลับคิดว่าเธอเข้าหาเขาเพราะมีบางอย่างแอบแฝง
ตัวละครในเรื่อง
สิงโต (เฮียสิงห์) ลูกชายคนที่ 2 ของบ้าน
ต้นกล้า (เฮียกล้า) ลูกชายคนที่ 3 ของบ้าน
ตะวัน (น้องสาวคนเล็กของบ้าน)
#นิยายเรื่องนี้เขียนต่อจากเรื่อง...เพลย์บอยพ่ายรัก สามารถแยกอ่านได้ ไม่งงแน่นอนค่ะ
คลั่งรักเมียแต่ง
"แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พ่อคิดดีแล้ว"
"นี่คุณพ่อฟั่นเฟือนไปแล้วหรือไงครับ อย่าลืมสิว่าเราทั้งสองเป็นญาติกัน แม้แต่นามสกุลก็ยังใช้นามสกุลเดียวกันเลย"
"เรื่องนั้นลูกไม่ต้องไปใส่ใจ แค่เตรียมตัวรอเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้นพอ"
"อะไรวะ!!" ชายหนุ่มแสดงอาการฉุนเฉียวโมโหออกมาต่อหน้าทุกคนที่อยู่ตรงนั้น แบบไม่มีความเกรงใจใครเลย
"พาลุงเข้าห้องได้แล้ว" ทัตเทพ เทพประทาน ชายพิการที่นั่งรถเข็นมาได้หลายปีแล้ว เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์
"ค่ะคุณลุง" น้ำอิงสาวน้อยที่เติบโตจากบ้านนา ถูกผู้ที่มีศักดิ์เป็นลุงรับมาอุปถัมภ์เลี้ยงดูได้ระยะหนึ่งแล้ว
ที่ทัตเทพอยากให้หลานสาวตัวเองแต่งงานกับลูกชาย เพราะตอนนี้ลูกชายกำลังคบหาอยู่กับผู้หญิงที่ท่านไม่ปลื้ม ทั้งสองมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกันก็จริง แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข
เขาพยายามปฏิเสธพ่อมาโดยตลอด จนถึงวันหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยต้องยอมแต่งงานกับเธอไปก่อน เพราะถูกพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้กับน้ำอิง
"คุณแทนคุณหยุดนะ!" หญิงสาวที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบร่างกายอยู่พยายามดิ้นรนช่วยเหลือตัวเอง
"อยากได้ฉันเป็นผัวไม่ใช่เหรอ ฉันก็กำลังจะทำหน้าที่ผัวอยู่นี่ไง ทำไมต้องบอกให้ฉันหยุดด้วย"
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...













